หน้าแรก
ส่งเคล็ดลับของคุณ
บทความทั้งหมด
ติดต่อโฆษณา
เพิ่มลิงค์
โปรโมทเว็บไซต์
 

เทคนิคดีๆในการขายมือถือของค่าย sumsung ให้ได้ราคาดีๆ

ปัจจุบันเราจะเห็นว่ามือถือของแต่ละค่ายมีการแข่งขันกันสูงมาก จนผู้บริโภคเองก็อาจตามไม่ทัน แต่ก็มีหลายๆคนเปลี่ยนมือถือตามกระแสได้อย่างต่อเนื่อง เพราะบางคนมีเทคนิคในการซื้อมือถือมาใช้งานและเลือกช่วงเวลาที่จะขายต่อเป็นจึงทำให้ไม่ต้องควักเงินซื้อใหม่แทบจะทั้งหมดของราคามือถือนั้นๆ
ยกตัวอย่างมือถือของค่าย sumsung ซึ่งหากเรามองเผินๆจากสื่อโฆษณาต่างๆเรามักจะเห็นว่าค่ายนี้ออกมือถือบ่อยมากจนเราเลือกไม่ถูกว่ารุ่นไหนของค่ายนี้เป็นรุ่นที่ดีที่สุด

1.jpg

ทางผู้เขียน (ทวีชัย โสภาวชิราดุสิตา) ซึ่งก็เป็นคนหนึ่งที่เปลี่ยนมือถือบ่อยมากและเปลี่ยนมาแทบจะทุกค่าย จนในปัจจุบันมือถือที่ใช้อยู่มีดังภาพด้านล่างนี้

0.jpg


จากทุนเดิมที่เคยทำงานร่วมกับโปรแกรมเมอร์ nokia คนหนึ่งในสมัยที่ nokia ทำตลาดในไทยแรกๆ จนเกิดความสนใจในระบบและโปรแกรมต่างๆและก็เปลี่ยนมือถือเรื่อยมาจนเข้าสู่ยุคมือถือระบบ ios และ Android ซึ่งเป็นสองระบบมีอยู่ใช้งานมากที่สุดในโลก ทางผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างวิธีการขายมือถือให้ได้ราคาดีของค่าย sumsung เป็นตัวอย่างเพื่อให้ผู้อ่านได้นำไปศึกษาและพิจารณา

สำหรับค่าย sumsung เป็นค่ายที่ทำมือถือออกมาในแต่ละปีเยอะมาก แต่ทั้งนี้ sumsung ทำออกมาในหลายๆตลาดทั้งตลาดล่างและตลาดบน จนผู้ใช้ smart phone มือใหม่บางคนอาจจะแยกแยะไม่ออก

ในที่นี้เราจะไม่พูดถึงมือถือในกลุ่มตลาดล่างและตลาดกลางที่เป็นรุ่นที่ออกบ่อย แต่เราจะมาพูดกันถึงมือถือตลาดบนซึ่งจะเป็นมือถือในกลุ่มที่คนนิยมกันมากที่สุด และสเป็คแรงที่สุดแต่ก็จะมีราคาที่สูงตามไปด้วยในวงการมือถือมักเรียกมือถือตัวท้อปของแต่ละค่ายโดยเรียกว่า "เรือธง" ซึ่งมักจะออกกันแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
สำหรับค่าย sumsung จะมีมือถือตัวท้อปหรือที่เรียกกันว่าเรือธงอยู่ 2 ตัว โดยแยกขายคนละตลาด ระหว่าง ตลาดทั่วไป กับตลาดสำหรับนักเขียน นักธุรกิจ นั่นก็คือ

ตระกูล S เช่น s1 / s2 / s3 แะล s4 ซึ่งจัดเป็นมือถือในกลุ่มทั่วไป ออกปีละ 1 ครั้ง ส่วนมือถือชั้นนักธุรกิจ นักเขียน นักออกแบบคือตระกูล note ปัจจุบันมี note 1 / note 2 / และ note 3 ก็ออกปีละ 1 ครั้งเช่นกัน
เรามาดูตารางวันออกวางจำหน่ายของตระกูล s และ note กัน

มือถือตัวรอง top ของค่าย sumsung ในกลุ่มทั่วไป (ตระกูล S)
S1 ออกเดือน มิถุนายน ปี 53
S2 ออกเดือน มิถุนายน ปี 54
S3 ออกเดือน มิถุนายน ปี 55
S4 ออกเดือน พฤษภาคม ปี 56

มือถือตัว top ของค่าย sumsung ในกลุ่ม ธุรกิจ นักเขียน นักออก (ตระกูล Note)
Note I ออกเดือน ตุลาคม ปี 54
Note II ออกเดือน ตุลาคม ปี 55
Note III ออกเดือน ตุลาคม ปี 56

จะเห็นว่าตัวท้อปกับตัวรองออกปีเดียวกันแต่ขายคนละตลาด ช่วงเวลาครบรอบการออกจำหน่ายคือ 1 ปี ถ้าใครอยากใช้ให้คุ้ม ควรซื้อในช่วงเดือนแรกที่วางจำหน่ายหรือเดือนที่สอง

ส่วนใครอยากจะขายเป็นมือสองกับตามร้านรับซื้อให้ได้ราคาดีอย่าขายหลังมีข่าวเปิดตัวสินค้าในตระกูลเดียวกันกับที่ใช้อยู่ทั้งนี้เพราะร้านรับซื้อส่วนใหญ่ก็มักจะดูราคากลางของตลาด และจะหักลบไปอีกเพื่อให้สามารถซื้อมาแล้วขายต่อได้ ซึ่งมือถือตัวท้อปของแต่ละค่ายราคาจะยังไม่ตกลงมามากนักหากไม่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในระดับเดียวกันออกมา


ยกตัวอย่างราคาของ note 2 ณ วันที่ 14 กันยายน 2556 ตามร้านชั้นนำอยู่ที่ 17,900 บาท จากราคาเดิมที่จำหน่ายในวันแรกคือเดือน ตุลาคม 2556 อยู่ที่ราคา 21,900 บาท และคาดว่าเมื่อ note 3 วางจำหน่ายราคาของ note 2 ก็อาจจะขยับลงไปได้อีก ซึ่งก็จะทำให้เราขายต่อของเราถูกลงไปอีกมาก

1.jpg
ภาพเปลี่ยนเทียบระหว่าง note 3 และ note 2


ดังนั้นหากคุณคิดว่าจะเปลี่ยนมือถือใหม่อย่างแน่นอนให้ชิงขายก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 - 2 เดือน เพื่อที่จะทำให้เราขายมือถือได้ในราคาสูงเพื่อเตรียมไปทบเงินเพื่อซื้อรุ่นใหม่ได้ในวงเงินที่ไม่มากจนเกินไป อันนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนมือถือตามกระแสเพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และไม่เหมาะนะครับกับคนที่ซื้อมือถือเงินผ่อน ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องเป็นหนี้กันแบบไม่รู้จับจบจักสิ้นอย่างแน่นอน

ด้านล่างคือโปสเตอร์งานแถลงข่าวเปิดตัวมือถือตัวท้อปของค่าย sumsung ที่จะมีการเชิญสื่อมวลชนเข้าไปรับฟังกัน

0.jpg

และด้านล่างคือคลิปวีดีโอแถลงข่าวงานเปิดตัวที่จัดขึ้นโดย sumsung โดยจัดขึ้นเพื่อแถลงข่าวสินค้าตัวท้อปที่เป็นที่นิยม





นอกจากนี้เรายังสามารถทำเทคนิคนี้ไปใช่้กับมือถือตัวท้อปค่ายอื่นๆได้อีกด้วยเช่น apple / LG และอีกมากมาย
 
เข้าอ่านแล้ว : 10364 ครั้ง
ส่งต่อ : เทคนิคดีๆในการขายมือถือของค่าย sumsung ให้ได้ราคาดีๆ
HTML โค้ดสำหรับแชร์ไปยังเว็บของคุณ:
BB CODE สำหรับเว็บบอร์ด:
 
เรื่องล่าสุดของหมวดหมู่นี้
 
เทคนิคดีๆในการขายมือถือของค่าย sumsung ให้ได้ราคาดีๆ
ปัจจุบันเราจะเห็นว่ามือถือของแต่ละค่ายมีการแข่งขันกันสูงมาก จนผู้บริโภคเองก็อาจตามไม่ทัน แต่ก็มีหลายๆคนเปลี่ยนมือถือตามกระแสได้อย่างต่อเนื่อง เพราะบางคนมีเทคนิคในการซื้อมือถือมาใช้งานและเลือกช่วงเวลาที่จะขายต่อเป็นจึงทำให้ไม่ต้องควักเงินซื้อใหม่แทบจะทั้งหมดของราคามือถือนั้นๆ
ข้อด้อยข้อเสียของ ios เมื่อเทียบกับ android เวอร์ชั่น 4.1 ขึ้นไป
ในขณะที่ผมเขียนข้อเสียต่างๆทั้งหมดนี้ผมเองใช้ ios เวอร์ชั่น 6.1.3 ซึ่งก็ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วครับ จากที่ลองใช้จะขอรีวิวให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านได้รับรู้ข้อเสียต่างๆเหล่านี้เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือสักเครื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iphone ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อน ios มาครอบครอง
TipDD.com รวมทิป เทคนิค เคล็ดลับเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต Sofrtware ใหม่ๆ